Learn it visually. Practise with AI.
IGCSE Chemistry ทั้ง 12 บท ในหน้าเดียว แบบลองเล่นได้
เคมีไม่ได้ยากเพราะเนื้อหาเยอะ แต่ยากเพราะมองไม่เห็น อะตอมเล็กเกินไป ปฏิกิริยาเร็วเกินไป สมดุลไม่มีให้ดู หน้านี้รวมเครื่องมือที่เราทำขึ้นสำหรับทั้ง 12 หัวข้อของ Cambridge IGCSE Chemistry 0620 บทละ 1–2 ชิ้น ทุกชิ้นลาก เลื่อน กด แล้วดูผลได้เอง ไม่ต้องติดตั้งอะไร
วิธีใช้: ไล่ลงมาทีละบท อ่านคำอธิบายสั้นๆ แล้วลองเลื่อนค่าในเครื่องมือจนเห็นว่าอะไรทำให้อะไรเปลี่ยน ศัพท์ทุกคำใช้ภาษาอังกฤษตามข้อสอบ เครื่องมือเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของบทเรียนในคอร์ส ที่ต่อด้วยคลังโจทย์และ AI ตรวจคำตอบเทียบ mark scheme
บทที่ 1 / 12
สถานะของสาร
States of matter
ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ต่างกันที่อนุภาคจัดเรียงและเคลื่อนที่อย่างไร ไม่ใช่ที่อนุภาคเอง ลองเลื่อนอุณหภูมิในกล่องแรกแล้วดูว่าอนุภาคสั่นแรงขึ้นจนหลุดจากตำแหน่งตอนไหน แล้วจุดตะเกียงใต้บีกเกอร์น้ำแข็งในการทดลองที่สอง ดูกราฟอุณหภูมิที่แบนตอน 0 °C และ 100 °C
การทดลองที่สามคือหลอดแก้ว NH₃/HCl ใส่สำลีสองปลายแล้วจับเวลา วงแหวนสีขาวจะเกิดใกล้ฝั่ง HCl เพราะ NH₃ เบากว่าจึงแพร่เร็วกว่า นี่คือคำถามที่ออกสอบซ้ำที่สุดของบทนี้
น้ำแข็ง (ของแข็ง) อุณหภูมิเพิ่ม อนุภาคสั่นแรงขึ้น
วงแหวนสีขาวเกิดที่: ยังไม่เกิด
สำลีซ้าย = แอมโมเนียเข้มข้น (ปล่อย NH₃) · สำลีขวา = กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น (ปล่อย HCl) · เมื่อชนกัน NH₃ + HCl → NH₄Cl ของแข็งสีขาว
บทที่ 2 / 12
อะตอม ธาตุ และสารประกอบ
Atoms, elements and compounds
โมเลกุลไม่ได้แบนเหมือนในกระดาษ ลากหมุนโมเลกุลดูจากทุกมุม แล้วจะเข้าใจว่าทำไมน้ำถึงงอ มีเทนถึงเป็นทรงสี่หน้า
พันธะเกิดได้สองแบบ ไอออนิกคือถ่ายโอนอิเล็กตรอน โควาเลนต์คือใช้ร่วมกัน เลื่อนแถบในแผนภาพจุดและกากบาท (dot-and-cross) แล้วดูอิเล็กตรอนเดินทางเอง สลับระหว่าง NaCl กับ H₂O แล้วเทียบว่าต่างกันตรงไหน
รูปร่าง ทรงสี่หน้า (tetrahedral)·มุมพันธะ 109.5°
ลากเพื่อหมุนโมเลกุล
พันธะไอออนิก: ถ่ายโอนอิเล็กตรอน · อะตอมยังเป็นกลาง นับอิเล็กตรอนวงนอกก่อน
อิเล็กตรอนรอบอะตอม: Na 1 · Cl 7
จุด = อิเล็กตรอนวงนอกของธาตุแรก · กากบาท = ของธาตุที่สอง (วาดเฉพาะวงนอกตามข้อสอบ)
บทที่ 3 / 12
ปริมาณสารสัมพันธ์
Stoichiometry
โมลคือสะพานระหว่างมวลที่ชั่งได้กับจำนวนอนุภาคที่ทำปฏิกิริยากันจริง เลือกสารแล้วเลื่อนมวล ดูจำนวนโมล จำนวนอนุภาค และปริมาตรแก๊สเปลี่ยนพร้อมกัน
เครื่องมือที่สองพาทำโจทย์คำนวณมวลสารในปฏิกิริยา 3 ขั้นทีละขั้น จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยที่สุดคือขั้นที่ 2 ลืมเลขหน้าสารในสมการ ลองสลับปฏิกิริยาแล้วดูว่าอัตราส่วนโมลเปลี่ยนคำตอบอย่างไร
H₂O = น้ำ · มวลโมเลกุลสัมพัทธ์ (Mr) = 2 × H (1) + 1 × O (16) = 18
ในโถ 0.1 mol = 1 โมเลกุล · ตอนนี้ 1 mol = 10 โมเลกุล
มวล
18 g
จำนวนโมล
1 mol
จำนวนอนุภาค
6.02 × 10²³
ไม่ใช่แก๊สที่ r.t.p. จึงใช้ 24 dm³ ไม่ได้
ขั้นที่ 1 · หาจำนวนโมลของ CH₄
n = 16 g ÷ 16 g/mol = 1 mol
บทที่ 4 / 12
เคมีไฟฟ้า
Electrochemistry
อิเล็กโทรไลซิสคือการใช้ไฟฟ้าแยกสารประกอบ ไอออนบวกไปขั้วลบ ไอออนลบไปขั้วบวก ฟังดูง่ายแต่ข้อสอบถามว่าได้อะไรที่ขั้วไหน และคำตอบเปลี่ยนตามว่าสารหลอมเหลวหรือละลายน้ำ
เลือกเซลล์ ปิดสวิตช์ แล้วดูไอออนวิ่ง ฟองแก๊ส และโลหะเกาะที่ขั้ว เทียบ NaCl เข้มข้นกับ CuSO₄ แล้วดูว่าทำไมฝั่งหนึ่งได้ H₂ อีกฝั่งได้ Cu
- แคโทด (−) · ได้
- —
- แอโนด (+) · ได้
- —
กฎ: ไอออน + ทุกตัววิ่งไปแคโทด ไอออน − ทุกตัววิ่งไปแอโนด แต่ที่ขั้วมีเพียงตัวเดียวถูก discharge ตัวที่เหลือเด้งกลับ (spectator)
บทที่ 5 / 12
พลังงานกับปฏิกิริยาเคมี
Chemical energetics
ทุกปฏิกิริยาต้องใช้พลังงานสลายพันธะเก่าก่อน แล้วจึงคืนพลังงานเมื่อพันธะใหม่เกิด ผลต่างคือ ΔH กราฟ energy profile คือภาพที่ข้อสอบให้วาดและอ่านบ่อยที่สุดในบทนี้
เลื่อน ΔH ให้เป็นลบแล้วบวก ดูว่ากราฟพลิกจาก exothermic เป็น endothermic อย่างไร แล้วกดใส่ตัวเร่งปฏิกิริยา สังเกตว่า Ea ลด แต่ ΔH ไม่ขยับ นี่คือข้อที่ถามซ้ำทุกปี
ทดลองในถ้วยโฟม: วัดอุณหภูมิก่อนและหลัง
แมกนีเซียม + กรดไฮโดรคลอริก · Mg + 2HCl → MgCl₂ + H₂
—
แล้ววาดเป็นกราฟ energy profile
คายความร้อน (exothermic) · ΔH ลบ · สิ่งแวดล้อมร้อนขึ้น
บทที่ 6 / 12
ปฏิกิริยาเคมี
Chemical reactions
เริ่มจากการทดลองที่ทำกันทุกห้องเรียน: หย่อน Mg ลงกรดแล้วเก็บ H₂ ในกระบอกฉีด เปลี่ยนทีละอย่าง (ความเข้มข้น อุณหภูมิ ผงหรือแผ่น ตัวเร่ง) แล้วเก็บกราฟไว้เทียบ ชันกว่า = เร็วกว่า แต่ปริมาตรสุดท้ายเท่าเดิม จากนั้นดูเหตุผลในกล่องอนุภาค: ทฤษฎีการชน ไม่ใช่ทุกการชนที่เกิดปฏิกิริยา ต้องชนแรงพอ
ปฏิกิริยาผันกลับได้มีจุดสมดุลที่เลื่อนได้ ใช้ Haber process เป็นตัวอย่าง ลดอุณหภูมิหรือเพิ่มความดันแล้วดูสัดส่วน NH₃ เปลี่ยน และดูด้วยว่าตัวเร่งปฏิกิริยาเปลี่ยนความเร็วแต่ไม่เปลี่ยนสัดส่วน
- การชน A–B ต่อวินาที
- 0
- ชนแล้วเกิดปฏิกิริยา ต่อวินาที
- 0
- อนุภาคที่มีพลังงาน ≥ Ea
- 0%
ทดลองก่อน: หลอดแก๊ส NO₂ ปิดสนิท จุ่มน้ำร้อน/น้ำเย็น
N₂O₄(g) ⇌ 2NO₂(g) ΔH = +58 kJ/mol N₂O₄ ไม่มีสี · NO₂ น้ำตาล
สีน้ำตาลอ่อน: มีทั้ง N₂O₄ และ NO₂ ปนกันที่สมดุล
หลักเดียวกันใช้กับโรงงาน Haber
N₂(g) + 3H₂(g) ⇌ 2NH₃(g) ΔH = −92 kJ/mol
- NH₃ ที่สมดุล
- 0% → 21%
- เวลาเข้าสู่สมดุล
- ·
บทที่ 7 / 12
กรด เบส และเกลือ
Acids, bases and salts
การไทเทรตคือการหาปริมาณกรดด้วยเบสที่รู้ความเข้มข้น หยด NaOH ลงในขวด HCl ทีละ 5, 1 แล้ว 0.1 cm³ ดู pH และสีอินดิเคเตอร์
สังเกตว่า pH แทบไม่ขยับ 20 cm³ แรก แล้วกระโดดใน 0.2 cm³ สุดท้าย นี่คือเหตุผลที่ใกล้จุดยุติต้องหยดทีละหยด และเหตุผลที่อินดิเคเตอร์ต่างตัวเปลี่ยนสีต่างจังหวะ
- ปริมาตร NaOH ที่เติม
- 0.0 cm³
- pH
- 1.0
จุดยุติที่ 25.0 cm³ (โมลกรด = โมลเบส) · ถ้าเลยไปแล้วคือ overshoot ต้องทำใหม่ ของจริงไม่มีปุ่มย้อนกลับ
บทที่ 8 / 12
ตารางธาตุ
The Periodic Table
ตารางธาตุไม่ใช่ตารางให้ท่อง แต่เป็นแผนที่ ธาตุหมู่เดียวกันมีอิเล็กตรอนวงนอกเท่ากันจึงทำตัวคล้ายกัน ข้อสอบให้ทำนายสมบัติของธาตุที่ไม่เคยเรียนได้เพราะเหตุนี้
เลือกมุมมอง โลหะ/อโลหะ หมู่ I หมู่ VII แก๊สเฉื่อย แล้วแตะธาตุ 1–20 เพื่อดูการจัดอิเล็กตรอนเป็นวง สังเกตว่าหมู่ I ว่องไวขึ้นเมื่อลงล่าง แต่หมู่ VII กลับกัน
Na โซเดียม · Z = 11
หมู่ 1 · คาบ 3
การจัดอิเล็กตรอน: 2,8,1
โลหะอยู่ซ้าย อโลหะอยู่ขวา เส้นขั้นบันไดคั่น
บทที่ 9 / 12
โลหะ
Metals
อนุกรมความว่องไว (reactivity series) ตอบได้ทั้งว่าโลหะไหนแทนที่โลหะไหน โลหะไหนทำปฏิกิริยากับน้ำหรือกรด และโลหะไหนถลุงด้วยคาร์บอนได้ ท่องลำดับอย่างเดียวจำได้ไม่นาน
เลือกโลหะแล้วหย่อนลงสารละลายเกลือ ดูว่าเกิดการแทนที่หรือไม่ พร้อมสมการที่ดุลแล้ว ลองใส่ Mg ลง CuSO₄ แล้วลองกลับกัน
โลหะ
หย่อนลงใน
สิ่งที่เห็น
—
บทที่ 10 / 12
เคมีสิ่งแวดล้อม
Chemistry of the environment
ภาวะโลกร้อนในข้อสอบต้องอธิบายเป็นกลไก ไม่ใช่แค่บอกว่า CO₂ ไม่ดี แสงอาทิตย์ผ่านบรรยากาศลงมาทำให้พื้นร้อน พื้นปล่อยอินฟราเรดกลับขึ้นไป แก๊สเรือนกระจกดูดกลืนแล้วปล่อยกลับลงมา
เลื่อนปริมาณ CO₂ และ CH₄ แล้วดูสัดส่วนความร้อนที่ถูกกักไว้ เส้นเหลืองคือแสงอาทิตย์ เส้นแดงคืออินฟราเรดจากพื้น ดูว่าโมเลกุลไหนดูดกลืนเส้นไหน
อุณหภูมิ: ขวดอากาศ 22.0 °C · ขวดแก๊สเรือนกระจก 22.0 °C
การทดลองที่ยุติธรรม: ขวดเหมือนกัน โคมเดียวกัน ระยะเท่ากัน ต่างกันแค่แก๊สข้างใน
บทที่ 11 / 12
เคมีอินทรีย์
Organic chemistry
เคมีอินทรีย์ดูเหมือนต้องท่องชื่อเป็นร้อย แต่จริงๆ มีแค่ไม่กี่อนุกรม สารในอนุกรมเดียวกันต่างกันทีละ CH₂ และทำปฏิกิริยาเหมือนกัน
เลือกแอลเคน แอลคีน แอลกอฮอล์ หรือกรดคาร์บอกซิลิก แล้วเลื่อนจำนวนคาร์บอน สูตรโครงสร้างวาดเอง สูตรโมเลกุลกับจุดเดือดเปลี่ยนตาม สังเกตว่าทำไมจุดเดือดสูงขึ้นเรื่อยๆ
- ชื่อ
- ethane
- สูตรโมเลกุล
- C₂H₆
- สูตรทั่วไป
- CₙH₂ₙ₊₂
- จุดเดือด
- -89 °C
หมู่ฟังก์ชัน: พันธะเดี่ยวทั้งหมด (อิ่มตัว)
ทดสอบด้วยน้ำโบรมีน (สีส้ม)
—
บทที่ 12 / 12
เทคนิคการทดลองและการวิเคราะห์ทางเคมี
Experimental techniques and chemical analysis
โครมาโทกราฟีแยกสารผสมได้เพราะสารแต่ละตัวเคลื่อนที่ตามตัวทำละลายไม่เท่ากัน ค่า Rf คือระยะของจุดหารด้วยระยะของตัวทำละลาย เลื่อนเวลาแล้วดูว่า Rf คงที่เสมอไม่ว่าจะหยุดตอนไหน
บทสุดท้ายยังรวมคำสั่งในข้อสอบ (command words) ด้วย Describe กับ Explain ให้คะแนนไม่เหมือนกัน รู้ความหมายจาก syllabus ก่อนแล้วจะไม่ตอบเกินหรือตอบขาด
- 1. วาดเส้นฐาน
- 2. หยดตัวอย่าง
- 3. จุ่มกระดาษ
- 4. ปิดฝา รอ
- 5. ยกออก ขีดแนวตัวทำละลาย
- 6. วัดและคำนวณ Rf
- ความหมายตาม syllabus
- Explain: set out purposes or reasons / make the relationships between things clear / say why and/or how and support with relevant evidence
- แปลว่าต้องทำอะไร
- ต้องบอกว่าทำไมหรืออย่างไร เชื่อมเหตุกับผล มักต้องพูดถึงอนุภาค พันธะ หรืออิเล็กตรอน
- ตัวอย่างในเคมี
- Explain why graphite conducts. → delocalised electrons + เคลื่อนที่ได้ (ขาดครึ่งหลัง = เสียคะแนน)
ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างจากบทเรียนในคอร์ส ในคอร์สจริงแต่ละบทมีเครื่องมือมากกว่านี้ ตามด้วยคลังโจทย์ตาม syllabus และ AI ที่ตรวจคำตอบเทียบ mark scheme แล้วบอกว่าขาดคีย์เวิร์ดไหน
ติดตรงไหนที่ AI อธิบายแล้วยังไม่เข้าใจ นัดเรียนกับ Boom ได้